FAIL (the browser should render some flash content, not this).

privacy policy

หลักการและเหตุผล
เนื่องจากการแข่งขันธุรกิจมีความรุนแรงและการเข้าถึงข้อมูลของผู้ประกอบการเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นการโฆษณาเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการกำหนดเป็น กลยุทธ์ในการแข่งขัน การโฆษณาที่ชาญฉลาดจะทำให้องค์กรและสินค้าเป็นที่น่าสนใจ และเพิ่มมูลค่าของสินค้าขึ้นมาได้ กลยุทธ์ในการจัดการ Marketing Management และการทำ Brand Promote นำมาถึงการคิดวิเคราะห์ในการหาจุดร่วมของการช่วย ให้ผู้ประกอบการในการผลิตและจำหน่ายได้เจอกันโดยติดต่อกันโดยตรง และสามารถเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มงานต่างประเทศ ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันนี้เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่อยู่ในภาวะอิ่มตัว (Maturity Stage) ทำให้บริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับกลยุทธ์นี้มากยิ่งขึ้นทั้งนี้เนื่องจากการจะเพิ่ม Market Share ในภาวะที่ตลาดอิ่มตัวจะเกิดขึ้นได้ยากมากถ้าไม่ใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมอย่างเช่น Offensive Marketing Strategy เพื่อแย่งชิงลูกค้ามาจากคู่แข่งและในขณะเดียวกันก็ต้องคอยระวังไม่ให้คู่แข่งมาแย่งลูกค้าไปจากเราเช่นกัน โดยใช้ Combo Strategy ซึ่งประกอบด้วย Offensive Marketing-Mix Strategy หรือ 4P’s Strategy ซึ่งประกอบด้วย Product Strategy, Pricing Strategy, Promotion Strategy, และ Place (หรือ Channel) Strategy ที่เราคุ้นเคยกันดี ร่วมกับ Defensive “Customer Retention” Mix Strategy ซึ่งประกอบด้วยการใช้ Quality Programs เพื่อเพิ่ม Satisfaction, Switching Costs และ Relationship Communications โดยเฉพาะในโลก IT ปัจจุบันซึ่ง Computer และ Communications Technology ทำให้การสร้าง Direct และ Interactive Relationship กับลูกค้าเป็นไปได้อย่างง่ายดาย 
วัตถุประสงค์ทางการตลาดที่ดีจะมีลักษณะดังนี้              
- มีความเฉพาะเจาะจง (be specific) วัตถุประสงค์จะต้องมเป้าหมายที่เน้นเฉพาะ มิใช่กำหนดลักษณะกว้าง ๆ
- สามารถวัดได้ (measurable) โดยวัดได้เป็นตัวเลขเชิงปริมาณได้
- สัมพันธ์กับเงื่อนเวลา (relate to a specific time period) แผนการตลาดมักมีการกำหนดเวลาที่ชัดเจน เช่น ภายใน 1 ปี หรือ 6 เดือนข้างหน้า เป็นต้น
- เน้นพฤติกรรมของตลาดเป้าหมาย (focus on affecting target market behavior) เช่น ส่งเสริมให้มีการลองซื้อครั้งแรก หรือมีการซื้อซ้ำ หรือซื้อมากขึ้น  ซึ่งทางเราได้ตระหนักเป็นอย่างดี

.

ประโยชน์ ที่ลูกค้าจะได้รับ

  • การดำเนินการ โปรโมทสินค้า ติดหนึ่งใน 20 อันดับแรกภายใน 3 เดือน

     SEO จะดำเนินงาน โดยใช้ระยะเวลาให้ Keyword ติดอันดับใน 3 เดือน โดยนับหลังจากที่ได้สรุปว่าจะต้องใช้ Keyword อะไรบ้าง และจะมีการรายงานผลให้ทราบ ทุกเดือนเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งเเต่เดือนแรกที่สรุป Keyword จนถึงเดือนที่ 3 เป็นเดือนสุดท้าย และบริษัทจะรับประกันอันดับให้ท่านหลังจากที่ติด 20 อันดับแรกเป็นระยะเวลา 3 เดือน

  • กลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย

                   กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม จะเข้ามาค้นหาราคาสินค้าและติดต่อกับทาง ลูกค้าโดยตรงโดยไม่ผ่านทาง marketindustrail  แต่อย่างใด

  • ได้ รับ Email สำหรับการติดต่อประสานงานกับทางลูกค้าของท่านได้ 1 Email   yourcompanyname@marketindustrail.com
  • เหมาะกับองค์กร กลยุทธ์การสร้างแบรนด์

 

market

 

 

ทฤษฏีและหลักการ

  • Offensive Marketing Strategy (กลยุทธ์การตลาดเชิงรุก)
    • กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกมีหลายรูปแบบเช่น Frontal Attack, Flanking Attack, Envelopment (or Encirclement) Strategy, และ Leapfrog Strategy กลยุทธ์แต่ละแบบมีลักษณะเฉพาะตัวดังนี้คือ สำหรับ Frontal Attack เป็นการโจมตีคู่แข่งแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน หรือในภาษาของนักการตลาดก็อาจจะพูดได้ว่าเป็นการ Match กันแบบ P by P เลยก็ว่าได้ เช่น Match Product ของคู่แข่ง, Match Price ของคู่แข่ง, Match Advertising ของคู่แข่ง, และ/หรือ Match Place ของคู่แข่งซึ่งก็คือ Distribution Channel นั่นเอง การใช้กลยุทธ์ Frontal Attack บ่อยครั้งมักจะไม่ได้ผลเนื่องจากเหตุผลง่ายๆคือ โดยทั่วไป Market Leader มักจะมี Marketing-Mix (4P’s) Strategy ที่เหนือกว่าคู่แข่งทุกรายใน Industry จึงทำให้เค้าเป็นผู้นำตลาด ดังนั้น ถึงแม้เค้าจะถูกโจมตีอย่างไม่คาดคิดมาก่อนแต่เมื่อตั้งตัวได้ก็มักจะสามารถRetaliate เพื่อตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพจนสามารถแย่ง Market Share กลับคืนมาได้ในที่สุด ด้วยเหตุนี้ Frontal Attack จึงไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร ไม่ว่าอย่างไรก็ตามกลยุทธ์นี้จะได้ผลดีขึ้นถ้าความต้องการสินค้าของตลาดค่อนข้าง Homogeneous หรือลูกค้าไม่ค่อยมี Brand Loyalty ซึ่งมักจะเกิดในกรณีที่ Product ไม่ค่อยจะมีความแตกต่าง (Undifferentiated) สุดท้ายก็คือผู้ที่จะใช้กลยุทธ์นี้ต้องมั่นใจว่าเขามี Resource มากกว่าคู่แข่งในทุกๆด้าน ถ้าท่านผู้อ่านยังไม่เห็นภาพของ Frontal Attack หรือยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ อยากให้นึกถึงเวลาดูมวยแล้วถ้าเห็นนักมวยทั้งสองฝ่าย ยืนแลกหมัดกันกลางเวทีจนได้เสียกันไปข้างหนึ่งหรืออาจจะเป็นการชกกันแบบแลกอาวุธ ที่ต่างฝ่ายต่างถนัดอย่างชนะใจคนดู ไม่มีการจด ๆ จ้อง ๆ จนอาจเรียกได้ว่างานนี้คงไม่มีการชนะคะแนนเป็นแน่ หรือในภาษาของนักเลงมวยในต่างประเทศมักจะพูดกันว่า The Last Man Standing คือผู้ชนะ  ตัวอย่างทีเห็นได้ชัดก็เวลาที่ Mike Tyson ต่อยในสมัยที่เค้ายังรุ่งโรจน์เรียกได้ว่าห้ามกะพริบตาเลยทีเดียว

 

    • สำหรับ Flanking Attack เป็นการโจมตีจุดอ่อนของคู่แข่งโดยใช้จุดแข็งที่ตนเองมีอยู่ ถ้าใครได้ดูมวย Match ที่ Oscar De La Hoya ที่เพิ่งจะถูกน็อคในรูปแบบที่ไม่

คาดคิดมาก่อนโดยคู่ต่อสู้ Bernard Hopkins ด้วยการต่อยเข้าที่ชายโครงขวาของ Oscar ซึ่งเป็นจุดอ่อนของนักมวยเกือบทุกคนเพราะจะทำให้จุกเนื่องจากตับที่อยู่ข้างใต้ชายโครงด้านขวาได้รับการกระทบกระเทือน ลักษณะการชกของ Hopkins อาจถือได้ว่าเป็น Classical Case ของ Flanking Attack เนื่องจากเป็นการชกที่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า (Avoid Head-On Confrontation) เข้าออกอย่างรวดเร็วแบบไม่มี Pattern ที่แน่นอน (Stealth-Like Attack) เพื่อไม่ให้ Oscar จับทางมวยได้และในที่สุดก็ส่ง Oscar ลงไปนอนจุกจนไม่สามารถลุกขึ้นมาชกต่อได้ (Surprise Move) ลักษณะการสู้เช่นนี้ถือได้ว่าเป็น Unique Characteristics ของ Flanking Attack

    • ในทางการตลาด Flanking Attack มักจะถูกนำมาใช้ในการโจมตี Weak Market Segment(s) ของคู่แข่งที่เขาทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรหรือ Non-Critical Segment(s) ที่ไม่ได้รับการเหลียวแลอย่างดีเท่าที่ควรจากคู่แข่ง กรณีเช่นนี้เราอาจเรียกว่า Offensive Flanking-Attack Strategy ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ กรณีที่เบียร์ช้างถล่มเบียร์สิงห์จนเบียร์ช้างสามารถขึ้นมาเป็น Brand Leader ได้ในเวลาไม่นานนักเมื่อเทียบกับระยะเวลาทั้งหมดที่เบียร์สิงห์ ได้ทุ่มเทลงไปในการใช้สร้าง Brand Equity จนได้ครอบครองความเป็นเจ้าตลาดถึงขั้นที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็น Brand ที่เป็นสัญลักษณ์และตำนานเบียร์ของชาติไทยไปแล้ว (Symbolic & Legendary Thai-Beer Brand) ใครจะไปคิดว่า Brand ระดับนี้จะมีใครมาถล่มได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะ Brand น้องใหม่ (ในสมัยนั้น) อย่างเบียร์ช้าง แต่ช้างก็ทำได้สำเร็จโดยเริ่ม Kick-Off Campaign ด้วย Offensive Flanking Attack โดยจับ Lower-End Segment  (Singha’s Weak Market Segment) ที่เบียร์สิงห์ไม่ได้ให้ความสนใจมากเท่าที่ควร หลังจากที่เริ่ม Gain Brand Awareness และ Brand Momentum เบียร์ช้างก็ Finish Off เบียร์สิงห์ด้วย Tying-Agreement Channel Strategy กับ Key Channel Members    เพื่อให้กลายเป็น Captive Customers ของเบียร์ช้าง กลยุทธ์นี้ส่งผลให้เบียร์ช้าง Gain Critical Mass จากเบียร์สิงห์อย่างรวดเร็วและ Take a Lead ในที่สุด  ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกอะไรที่ Offensive Flanking-Attack Strategy ได้กลับมาเป็นที่นิยมในหลากหลายธุรกิจในปัจจุบันนี้
    • คราวนี้ถ้าลองย้อนเวลากลับไปสู่อดีตในช่วงที่เบียร์ช้างเริ่มมีที่ยืนในตลาดเบียร์บ้านเรา (Established Brand Foothold) ถ้าเบียร์สิงห์ในวันนั้น Correctly Define เบียร์ช้างว่าเป็น Potential & Threatening Competitor และ Take It a Little More Seriously โดย Launch New Products เช่น เบียร์ไทและ/หรือเบียร์ Leo ออกมา Match เสียตั้งแต่วันนั้นในขณะที่ Brand Equity และ Brand Valuation ของเบียร์สิงห์ยังต่ำอยู่เพื่อเป็นการทำ Brand Dilution กันไม่ให้เบียร์ช้าง Gain Momentum เร็วเกินไปจนอาจกลายเป็น Major Threat ต่อ Leading Brand Position ของเบียร์สิงห์ได้ในเวลาต่อมา กลยุทธ์เช่นนี้อาจเรียกว่า Defensive Flanking Strategy เพื่อป้องกัน Potential Market Share Loss
  • SEO  (Search Engine Optimization)
    • SEO คืออะไร ?
      • Search Engine Optimization หรือที่เรียกกันว่า "SEO" คือ กระบวนการที่ทำให้ เว็บไซต์ ของคุณถูก จัดอันดับ ให้สูงขึ้นเรื่อยๆ และค้นพบได้ง่ายในอินเตอร์เน็ต ซึ่งทางบริษัท รับทำ SEO โดยการใช้ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ เว็บไซต์ ของคุณ หรือตัวสินค้าที่อยู่ใน เว็บไซต์คุณ เพื่อเป็นการ เพิ่มโอกาส ให้เว็บไซต์ ให้ผู้เข้าชมเว็บมากขึ้น โดยผ่านช่องทาง Search Engine ต่างๆ เช่น Google, Yahoo, MSN, Altavista เป็นต้น
    • เว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จ กับ SEO เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
      • ปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่เกิดขึ้นมาใหม่เป็นจำนวนมาก อย่างรวดเร็ว แต่เว็บที่ประสบความสำเร็จนั้น มีแทบไม่ถึง 20% คุณเคยวิเคราะห์ดูบ้างไหม ? ว่าเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จ กับเว็บไซต์ที่ล้มเหลวนั้นมีสิ่งที่ต่างกันตรงไหน? ในเมื่อบางเว็บไซต์มีหน้าตาที่คล้ายกัน หรือเนื้อหาก็ไม่ได้ต่างกันมากมาย เว็บไซต์ขายสินค้าหรือบริการเป็นจำนวนมาก ที่ขายสินค้าไม่ออก ทั้งๆที่ราคาก็ถูกกว่าเว็บที่เว็บที่ขายได้หลายเว็บ คุณเคยคิดไหมว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำเว็บไซต์ของคุณคืออะไร? หลายคนตอบว่า เนื้อหาที่น่าสนใจ บางคนก็ตอบว่า การให้ user (ผู้เข้าชม) ใช้งานได้

ง่าย มีสินค้าหรือบริการให้เลือกมากมาย บางคนก็ตอบว่า ความสวยงามต้องมาก่อน เพราะเว็บไซต์คือหน้าตาของบริษัท แต่เราขอตอบเลยว่าไม่ใช่!! สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การเพิ่มยอดขายให้กับเว็บไซต์คุณ ซึ่งหากคุณคิดเสมอว่า ทำอย่างไรถึงจะเพิ่มยอดขายให้กับเว็บไซต์คุณได้ คุณก็จะรู้ว่า ความสวยงาม หรือว่า เนื้อหา คือสิ่งที่จำเป็นจะต้องทำแน่นอนอยู่แล้ว ถึงแม้คุณจะบอกว่า เว็บไซต์คุณเป็นเว็บไซต์ที่ไม่หวังผลกำไรก็ตาม แต่หากสิ่งที่คุณทุ่มเทกำลังกายกำลังใจทำเว็บไซต์ไปนั้น กลับไม่มีการตอบรับหรือไม่มีคนเข้าชมล่ะก็ มันจะมีความหมายอะไร

    • ทำไมต้องพึ่งบริษัทรับทำ SEO ด้วย ทำเองไม่ได้หรือ
      • คำตอบก็คือ ทำเองได้ แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าวิธีการที่คุณกำลังทำอยู่นั้น มันถูกวิธีแล้วหรือ? การโปรโมทเว็บของคุณให้ขึ้นหน้าแรก Google นั้นหาก keyword ที่คุณใช้แทบไม่มีคู่แข่งเลย คุณอาจจะไม่จำเป็นต้องพึ่งบริษัททำ SEO ก็ได้ เพราะเพียงแค่ปล่อยไว้เฉยๆ เดี๋ยว GoogleBot ก็มาเก็บข้อมูล (indexing) ของเว็บคุณให้อยู่ดี แต่ในโลกของการค้าแล้ว ย่อมมีคู่แข่งอยู่ในธุรกิจทุกประเภทเสมอ หากไม่มีเทคนิค ประสบการณ์ และ ความเชื่อถือจากลิ้งค์ที่จะแนะนำเว็บคุณให้แล้วล่ะก็ โอกาสขึ้นหน้าแรกยากพอสมควร ซึ่งเว็บที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่แล้วนั้น มักจะมีบริษัท รับทำ SEO ให้อยู่เบี้องหลังเสมอ
    • ข้อดีของวิธีการ โปรโมทเว็บ ด้วย SEO
      • นับวัน ผู้ใช้ Search Engine (Google, Yahoo เป็นต้น) ในการค้นหาสิ่งที่ตนเองต้องการ จะเพิ่มทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้กระแสปัจจุบัน เปลี่ยนจากการโฆษณาแบนเนอร์ตามเว็บดังๆ ต่างๆ หันมาโฆษณาบน Seach Engine กันมากขึ้น ทั้งนี้ก็เนื่องจากประสิทธิภาพในการโฆษณา ได้ผลมากกว่าแบนเนอร์ เพราะสามารถตอบสนองสิ่งที่ผู้ค้นหาต้องการได้ตรงกว่า โดยตัว Robot ของ Search Engine จะวิเคราะห์คำที่ใช้ในการค้นหากับเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง นำมาแสดงผล ซึ่งแน่นอนว่าเว็บไซต์ที่แสดงผลในหน้าต้นๆ จะมีโอกาสถูกคลิ๊กสูงกว่า เว็บไซต์ที่อยู่หน้าหลังๆ จากตรงนี้เองทำให้เกิดการ โปรโมทเว็บ โดยวิธีการที่เรียกว่า SEO ขึ้นมา

 

 

 

 

กำหนดราคาค่าสมาชิก  ค่าสมาชิกช่วงโปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน
สมาชิกรายเดือน                   เดือนละ      100   บาท
สมาชิกรายปี (12 เดือน)          ปีละ           1000 บาท

ค่าสมาชิกชำระผ่านบัญชีธนาคารทหารไทย สาขาบ้านฉาง บัญชีออมทรัพทย์
เลขที่ 309-2-49112-9 หรือ ชำระเป็นเงินสด

                            สนใจติดต่อรับข้อมูลเพิ่มเติมที่  info@marketindustrail.com  หรือ
ฝ่ายบริหาร และการตลาด                  ติดต่อ คุณมานิตย์ 081-161-3889
ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน                     ติดต่อ คุณบัณฑิต 087-009-6602
ฝ่ายบัญชี/การเงิน และประสานงาน       ติดต่อ คุณรณิดา 082-5078750
WWW.MARKETINDUSTRIAL.COM

E-mail: info@marketindustrial.com

Softhouse design studio © 2011Privacy policy